การทำสิ่งใด หากมีการวางแผนหรือวางกลยุทธ์ที่รอบคอบจะทำให้ทำสิ่งนั้นๆ ได้ดีและเป็นประสบความสำเร็จมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องของการเทรดการซื้อขายหุ้นก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจกันครับ บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “กลยุทธ์การเทรด Forex สำหรับผู้เริ่มต้น” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!
3 กลยุทธ์การเทรด Forex
สำหรับผู้เริ่มต้นที่เพิ่งเข้าสู่โลก Forex การเริ่มต้นด้วยกลยุทธ์ที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และเน้นการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือกลยุทธ์การเทรด Forex สำหรับผู้เริ่มต้นที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้:
1. กลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following)
- หลักการ: ระบุแนวโน้มหลักของราคา (ขาขึ้นหรือขาลง) และทำการซื้อขายไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มนั้น
- วิธีการ:
- ระบุแนวโน้ม: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages – MA) เพื่อช่วยระบุทิศทางของแนวโน้ม
- แนวโน้มขาขึ้น: ราคาเคลื่อนที่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มีทิศทางขึ้น
- แนวโน้มขาลง: ราคาเคลื่อนที่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่มีทิศทางลง
- หาจุดเข้า: รอให้ราคาย่อตัวลงมาใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในแนวโน้มขาขึ้น (Buy on Dip) หรือรอให้ราคารีบาวด์ขึ้นมาใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในแนวโน้มขาลง (Sell on Rally)
- ตั้ง Stop Loss: วาง Stop Loss ใต้จุดต่ำสุดล่าสุดในแนวโน้มขาขึ้น หรือเหนือจุดสูงสุดล่าสุดในแนวโน้มขาลง เพื่อจำกัดความเสี่ยง
- ตั้ง Take Profit: ตั้ง Take Profit ในระดับที่คาดการณ์ว่าราคาจะไปถึง โดยอาจใช้ระดับแนวต้าน/แนวรับ หรืออัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward Ratio) ที่เหมาะสม (เช่น 1:2 หรือ 1:3)
- ระบุแนวโน้ม: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages – MA) เพื่อช่วยระบุทิศทางของแนวโน้ม
- ข้อดี: เข้าใจง่าย ทำตามได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับมือใหม่
- ข้อควรระวัง: ตลาดอาจมีการพักตัวหรือเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม ทำให้เกิดสัญญาณหลอก (False Signals)
2. กลยุทธ์การเทรดด้วยแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance):
- หลักการ: ระบุระดับราคาที่มักจะมีการกลับตัวของราคา (แนวรับคือระดับที่ราคาไม่น่าจะลงต่ำกว่านี้ และแนวต้านคือระดับที่ราคาไม่น่าจะขึ้นสูงกว่านี้) และทำการซื้อขายเมื่อราคาสัมผัสหรือทะลุระดับเหล่านี้
- วิธีการ:
- ระบุแนวรับแนวต้าน: ดูจากจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในอดีตที่ราคามีการกลับตัวหลายครั้ง
- หาจุดเข้า:
- Buy at Support: เมื่อราคาลงมาถึงแนวรับและมีสัญญาณของการกลับตัวขึ้น (เช่น แท่งเทียน Bullish Reversal)
- Sell at Resistance: เมื่อราคาขึ้นไปถึงแนวต้านและมีสัญญาณของการกลับตัวลง (เช่น แท่งเทียน Bearish Reversal)
- Buy Breakout: เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปอย่างแข็งแกร่ง
- Sell Breakout: เมื่อราคาทะลุแนวรับลงมาอย่างแข็งแกร่ง
- ตั้ง Stop Loss: วาง Stop Loss ใต้แนวรับ (สำหรับการ Buy) หรือเหนือแนวต้าน (สำหรับการ Sell) เล็กน้อย
- ตั้ง Take Profit: ตั้ง Take Profit ที่ระดับแนวรับ/แนวต้านถัดไป หรือใช้ Risk/Reward Ratio ที่เหมาะสม
- ข้อดี: ระบุจุดเข้าออกที่ชัดเจน
- ข้อควรระวัง: ระดับแนวรับแนวต้านอาจถูกทะลุได้ และอาจเกิดสัญญาณหลอกบริเวณแนวรับแนวต้าน
3. กลยุทธ์การเทรดด้วย Breakout (การทะลุกรอบราคา):
- หลักการ: ทำการซื้อขายเมื่อราคาทะลุกรอบราคาที่พักตัว (Consolidation) โดยเชื่อว่าราคาจะเคลื่อนที่ต่อไปในทิศทางของการทะลุ
- วิธีการ:
- ระบุช่วงพักตัว: สังเกตเมื่อราคาเคลื่อนที่อยู่ในกรอบแคบๆ ไม่สร้างจุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่ที่ชัดเจน
- รอการทะลุ: รอให้ราคาทะลุเส้นแนวต้านด้านบน (สำหรับการ Buy Breakout) หรือเส้นแนวรับด้านล่าง (สำหรับการ Sell Breakout) อย่างมีวอลุ่ม
- หาจุดเข้า: เข้าซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้าน หรือเข้าขายเมื่อราคาทะลุแนวรับ
- ตั้ง Stop Loss: วาง Stop Loss ใต้ระดับที่ทะลุขึ้นมา (สำหรับการ Buy Breakout) หรือเหนือระดับที่ทะลุลงไป (สำหรับการ Sell Breakout)
- ตั้ง Take Profit: ตั้ง Take Profit โดยอ้างอิงจากขนาดของกรอบราคาที่พักตัว หรือใช้ Risk/Reward Ratio ที่เหมาะสม
- ข้อดี: สามารถจับการเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่ได้
- ข้อควรระวัง: อาจเกิด False Breakout (การทะลุที่ไม่จริง) ที่ราคาจะกลับเข้ามาในกรอบเดิม
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อเนื้อหาเกี่ยวกับ “กลยุทธ์การเทรด Forex สำหรับผู้เริ่มต้น” ที่ทำให้ทุกๆ ท่านเข้าใจว่าการเทรด Forex คืออะไร คิดว่าน่าจะช่วยให้ความรู้ไม่มากก็น้อยกันนะครับ
